วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2558

รำมวยจีน-ฟ้อนเจิง ลดปวดข้อ

เมื่อพูดถึงการออกกำลังกาย คนส่วนใหญ่จะทราบดีว่ามีผลดีต่อสุขภาพรศ.ดร.ลินจง โปธิบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า การออกกำลังกายที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย จะต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างเป็นจังหวะและนานเพียงพอ ทำให้ร่างกายนำออกซิเจนไปใช้ประโยชน์อย่าง มีประสิทธิภาพสูงสุด
          สำหรับผู้สูงอายุ การออกกำลังกายที่เหมาะสม ควรทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นถึงอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายซึ่งเท่ากับ 55 เปอร์เซ็นต์ ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดของแต่ละคนจะต่างกัน ประมาณได้จากเอาอายุลบออกจาก 220 หากอายุ 65 ปี อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดจะเท่ากับ 220-65 = 155 ครั้ง/นาที การออกกำลังกายที่มีความแรงเหมาะสมของคนคนนี้ จะประมาณ 85 ครั้ง/นาที (55 เปอร์เซ็นต์ ของ 155)
          จากการวิจัยของคณะพยาบาลศาสตร์ ม.เชียงใหม่ สาขาวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ ตั้งแต่ พ.ศ.2546 ถึงปัจจุบัน โดยเลือกการออกกำลังกาย การรำมวยไท้จี๋ชี่กง ฟ้อนเจิง และการก้าวตามตาราง ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ
ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การรำมวย ไท้จี๋ชี่กง 45-60 นาที/วัน 3 ครั้ง/สัปดาห์ ติดต่อกัน 8 สัปดาห์ และการออกกำลังกายแบบ ฟ้อนเจิง มช. ซึ่งประยุกต์ศิลปะการฟ้อนเจิงของชาวเหนือ 44 นาที/วัน 3 ครั้ง/สัปดาห์ติดต่อกัน 8-10 สัปดาห์ มีผลทำให้ผู้สูงอายุโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงมีความดันโลหิตลดลง ผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อมมีอาการปวดลดลง รวมทั้งทำให้ผู้สูงอายุโดยทั่วไปมีความจำดีขึ้น
          นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบฟ้อนเจิง มช. ยังช่วยให้สมรรถภาพปอดของผู้สูงอายุที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังดีขึ้น และช่วยลดระดับไขมันในเลือดใน ผู้สูงอายุที่มีไขมันในเลือดอีกด้วย ส่วนการออกกำลังกายแบบก้าวตามตาราง ของญี่ปุ่น พบว่าทำให้ผู้สูงอายุมีการทรงตัวที่ดีขึ้น
          การวิจัยผลของการออกกำลังกายแบบโนราประยุกต์และโนราแขกในผู้สูงอายุภาคใต้ พบว่าการออกกำลังกายทั้ง 2 ชนิด นาน 50 นาที/วัน 10 สัปดาห์ ทำให้ผู้สูงอายุโรคเบาหวานและโรค ความดันโลหิตสูงในภาคใต้ มีการควบคุมโรคได้ดีขึ้น

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น